ข้ามไปยังเนื้อหา

Knowledge Center

จดทะเบียนบริษัท ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

จดทะเบียนบริษัท ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

การจดทะเบียนบริษัทไม่ได้มีเพียงการจองชื่อและกรอกแบบฟอร์ม แต่ต้องตัดสินใจเรื่อง ผู้ถือหุ้น กรรมการ อำนาจลงนาม ทุนจดทะเบียน ที่ตั้งสำนักงาน และวัตถุประสงค์ของบริษัท ให้ชัดเจนก่อนยื่นคำขอ หากข้อมูลไม่ตรงกันหรือเอกสารไม่ครบ คำขออาจถูกส่งกลับให้แก้ไขและทำให้เริ่มธุรกิจล่าช้า

บทความนี้ ACBEST สรุปเป็นเช็กลิสต์ว่า จดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง พร้อมข้อควรรู้สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเปิดบริษัทในปี 2569

เช็กลิสต์จดทะเบียนบริษัท ต้องเตรียมอะไรบ้าง

  • ชื่อบริษัทภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ต้องการใช้ ควรเตรียมสำรอง 2–3 ชื่อ
  • ผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน
  • สัดส่วนการถือหุ้นและจำนวนหุ้นของแต่ละคน
  • วัตถุประสงค์และลักษณะธุรกิจที่บริษัทจะดำเนินการจริง
  • ทุนจดทะเบียน มูลค่าหุ้น และจำนวนเงินค่าหุ้นที่ชำระแล้ว
  • รายชื่อกรรมการและเงื่อนไขการลงนามผูกพันบริษัท
  • ชื่อและเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
  • ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และแผนที่
  • ข้อมูลบัตรประชาชนและที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง
  • บัญชีผู้ใช้และการยืนยันตัวตนสำหรับระบบ DBD Biz Regist
  • เอกสารเพิ่มเติม หากมีต่างชาติ ทุนเกิน 5 ล้านบาท หรือประกอบธุรกิจที่ต้องขออนุญาต

จำง่าย: ก่อนจดบริษัทให้สรุป 6 เรื่องหลัก ได้แก่ ชื่อ ผู้ถือหุ้น ทุน กรรมการ ที่ตั้ง และผู้สอบบัญชี หากข้อมูล 6 เรื่องนี้ชัดเจน การเตรียมคำขอและเอกสารส่วนอื่นจะง่ายขึ้นมาก

1. ข้อมูลบริษัทที่ต้องตกลงกันก่อนยื่นจดทะเบียน

1.1 ชื่อบริษัท

ควรเตรียมชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษสำรองไว้ 2–3 ชื่อ เพราะชื่อที่ต้องการอาจซ้ำ คล้ายกับนิติบุคคลเดิม หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การตั้งชื่อนิติบุคคล เมื่อชื่อได้รับอนุมัติแล้ว ต้องใช้ชื่อให้ตรงกันในเอกสารทุกฉบับ

1.2 ผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้น

บริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน และผู้เริ่มก่อการแต่ละคนต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น ควรตกลงสัดส่วนการถือหุ้น สิทธิออกเสียง และบทบาทของแต่ละคนให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น หลังจัดตั้งแล้ว บริษัทควรรักษาจำนวนผู้ถือหุ้นไว้ไม่น้อยกว่า 2 คน

ข้อมูลที่ควรเตรียมสำหรับผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้นแต่ละคน ได้แก่

  • ชื่อและนามสกุลตามเอกสารประจำตัว
  • เลขประจำตัวประชาชนหรือข้อมูลหนังสือเดินทาง
  • วันเดือนปีเกิด สัญชาติ อาชีพ และที่อยู่
  • จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น และจำนวนค่าหุ้นที่ชำระ
  • อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ยืนยันตัวตนในระบบ

1.3 วัตถุประสงค์ของบริษัท

วัตถุประสงค์ต้องครอบคลุมกิจการที่จะดำเนินการจริง เช่น ขายสินค้า ให้บริการ รับเหมา ให้คำปรึกษา ธุรกิจออนไลน์ นำเข้า หรือส่งออก ไม่ควรคัดลอกวัตถุประสงค์จำนวนมากโดยไม่ตรวจสอบ เพราะธุรกิจบางประเภทต้องได้รับใบอนุญาตหรือความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ

1.4 ทุนจดทะเบียนและค่าหุ้นที่ชำระแล้ว

ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้นให้สัมพันธ์กัน โดยมูลค่าหุ้นต้องไม่น้อยกว่าหุ้นละ 5 บาท และในขั้นตอนจัดตั้งบริษัท ต้องเรียกชำระค่าหุ้นไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้นแต่ละหุ้น

ตัวอย่าง: หากทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แบ่งเป็น 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท และเรียกชำระ 25% บริษัทจะมีทุนที่เรียกชำระแล้ว 250,000 บาท เงินค่าหุ้นควรมีการชำระจริงและมีหลักฐานตรวจสอบได้ ไม่ควรกำหนดทุนสูงเพียงเพื่อสร้างภาพความน่าเชื่อถือ

1.5 กรรมการและอำนาจลงนาม

ต้องระบุว่าใครเป็นกรรมการ และกรรมการคนใดมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท เช่น “กรรมการหนึ่งคนลงลายมือชื่อ” หรือ “กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราบริษัท” เงื่อนไขนี้จะมีผลต่อการเปิดบัญชีธนาคาร การทำสัญญา และการติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ

1.6 ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

ในการประชุมจัดตั้งบริษัทต้องแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและกำหนดค่าตอบแทน จึงควรประสานผู้สอบบัญชีและเตรียมชื่อพร้อมเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีก่อนยื่นคำขอ ผู้สอบบัญชีต้องเป็นบุคคลที่เป็นอิสระและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย

2. ข้อมูลบุคคลและเอกสารสถานที่ที่ควรเตรียม

2.1 เอกสารประจำตัว

  • ข้อมูลบัตรประชาชนของผู้เริ่มก่อการ ผู้ถือหุ้น และกรรมการ
  • หนังสือเดินทางและเอกสารรับรองที่เกี่ยวข้อง กรณีเป็นชาวต่างชาติ
  • ข้อมูลที่อยู่ อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เกี่ยวข้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ หากมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการในส่วนที่ระบบหรือหลักเกณฑ์อนุญาต

2.2 ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

  • เลขที่ตั้ง อาคาร ชั้น ห้อง หมู่ ซอย ถนน แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด และรหัสไปรษณีย์
  • เลขรหัสประจำบ้านของสถานที่ตั้ง
  • แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสถานที่สำคัญใกล้เคียง
  • เบอร์โทรศัพท์และอีเมลของบริษัท

หากใช้บ้านหรือสถานที่เช่าเป็นสำนักงาน ควรเตรียมสำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่ สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่ และสัญญาเช่าไว้ด้วย เอกสารเหล่านี้อาจไม่ได้ใช้ทุกฉบับในการจดทะเบียนจัดตั้ง แต่มีโอกาสต้องใช้ต่อในการเปิดบัญชีธนาคาร การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือการติดต่อหน่วยงานอื่น

3. เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

แบบคำขอหลายรายการจัดทำจากข้อมูลในระบบ DBD Biz Regist ผู้ประกอบการจึงไม่จำเป็นต้องพิมพ์แบบเปล่าทุกฉบับล่วงหน้า แต่ต้องเตรียมข้อมูลให้ครบเพื่อให้ระบบสร้างเอกสารได้ถูกต้อง

เอกสารหลักตามคู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยทั่วไปประกอบด้วย

  1. คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)
  2. แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  3. หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2)
  4. รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.3)
  5. แบบวัตถุที่ประสงค์ (แบบ ว.)
  6. รายละเอียดกรรมการ (แบบ ก.)
  7. ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ
  8. สำเนาหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
  9. สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
  10. ข้อบังคับของบริษัท ถ้ามี
  11. หลักฐานการรับชำระค่าหุ้นตามกรณีที่กำหนด
  12. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5)
  13. แบบ สสช.1
  14. แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  15. หลักฐานอนุญาตหรือความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นธุรกิจควบคุม
  16. หนังสือมอบอำนาจและเอกสารประกอบ หากมีการมอบอำนาจ

รายการจริงอาจแตกต่างตามโครงสร้างบริษัทและวิธีดำเนินการ ควรตรวจสอบอีกครั้งจาก แบบฟอร์มบริษัทจำกัดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และข้อมูลที่ระบบแจ้งในวันที่ยื่นคำขอ

4. กรณีใดต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม

4.1 มีผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือกรรมการต่างชาติ

ต้องตรวจสอบทั้งเอกสารประจำตัว สัดส่วนการถือหุ้น ประเภทธุรกิจ และข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในบางโครงสร้าง ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยอาจต้องแสดงหลักฐานฐานะการเงิน เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของเงินลงทุนตามหลักเกณฑ์ของนายทะเบียน

4.2 ทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท

หากทุนที่ขอจดทะเบียน เกิน 5 ล้านบาท ต้องจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนและการชำระค่าหุ้นตามคำสั่งของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง จึงควรวางแผนเส้นทางเงินและเก็บหลักฐานการชำระค่าหุ้นให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

4.3 ประกอบธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาต

ธุรกิจบางประเภท เช่น การเงิน ประกันภัย โรงเรียน ท่องเที่ยว จัดหางาน ขนส่ง สถานพยาบาล หรือกิจการที่มีกฎหมายเฉพาะ อาจต้องได้รับอนุญาต ได้รับความเห็นชอบ หรือมีคุณสมบัติเพิ่มเติมก่อนเริ่มประกอบกิจการ การจดทะเบียนบริษัทสำเร็จไม่ได้หมายความว่าสามารถเริ่มธุรกิจควบคุมได้ทันที

5. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท

คู่มือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท และอาจมีค่าหนังสือรับรอง ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ค่ารับรองสำเนา อากรแสตมป์ หรือค่าใช้จ่ายอื่นตามรายการที่ขอ

เนื่องจากอัตรา มาตรการลดค่าธรรมเนียม และรายการเอกสารที่ขอรับอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยึดยอดที่ระบบ DBD Biz Regist แสดงก่อนชำระเงินเป็นหลัก ค่าธรรมเนียมราชการดังกล่าวไม่รวมค่าบริการของผู้รับดำเนินการ

6. ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD Biz Regist

  1. สรุปโครงสร้างบริษัท — ตกลงผู้ถือหุ้น กรรมการ อำนาจลงนาม ทุน และที่ตั้ง
  2. จองชื่อนิติบุคคล — ตรวจสอบชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง
  3. เตรียมบัญชีผู้ใช้และยืนยันตัวตน — ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามวิธีที่ระบบกำหนด
  4. กรอกคำขอและแนบเอกสาร — ตรวจชื่อ เลขบัตร ที่อยู่ จำนวนหุ้น และข้อความทุกจุด
  5. ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ — ผู้เกี่ยวข้องลงนามให้ครบภายในเวลาที่กำหนด
  6. ชำระค่าธรรมเนียม — ชำระตามยอดและช่องทางที่ระบบแจ้ง
  7. ติดตามผลคำขอ — หากนายทะเบียนแจ้งแก้ไข ควรดำเนินการให้ครบถ้วนและตรงประเด็น
  8. รับเอกสารนิติบุคคล — ตรวจชื่อ ที่ตั้ง ทุน กรรมการ และอำนาจลงนามอีกครั้ง

เริ่มดำเนินการได้ที่ ระบบ DBD Biz Regist ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

7. หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว ต้องทำอะไรต่อ

การได้รับหนังสือรับรองบริษัทเป็นเพียงจุดเริ่มต้น บริษัทมีหน้าที่ด้านบัญชีและภาษีตั้งแต่วันที่จดทะเบียน แม้ยังไม่มีรายได้หรือยังไม่ได้เริ่มขายสินค้า โดยงานสำคัญหลังจัดตั้ง ได้แก่

  • นำเงินค่าหุ้นเข้าบริษัทและเก็บหลักฐานการชำระค่าหุ้น
  • เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท
  • จัดให้มีผู้ทำบัญชีและเริ่มจัดทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน
  • วางระบบใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และเอกสารค่าใช้จ่าย
  • ตรวจหน้าที่ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • ขึ้นทะเบียนนายจ้างและประกันสังคมเมื่อมีลูกจ้างตามเงื่อนไข
  • จัดทำทะเบียนผู้ถือหุ้น ใบหุ้น และเอกสารการประชุมของบริษัท
  • จัดทำงบการเงิน ตรวจสอบบัญชี และยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี

อ่านรายละเอียดต่อได้ที่ เปิดบริษัทใหม่ ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอะไรบ้าง หรือดู บริการบัญชีรายเดือนและจัดทำงบการเงิน ของ ACBEST

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท

จดทะเบียนบริษัทต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คน

ต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน และแต่ละคนต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อย 1 หุ้น หลังจัดตั้งแล้วควรรักษาจำนวนผู้ถือหุ้นไว้ไม่น้อยกว่า 2 คน

ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ต้องชำระเงินจริงเท่าไร

ในขั้นตอนจัดตั้งต้องเรียกชำระค่าหุ้นไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้นแต่ละหุ้น หากเรียกชำระที่อัตราขั้นต่ำ ทุน 1 ล้านบาทจะมีทุนที่เรียกชำระแล้ว 250,000 บาท ทั้งนี้ บริษัทอาจเรียกชำระมากกว่า 25% หรือเต็มจำนวนได้

ใช้บ้านเป็นที่ตั้งบริษัทได้หรือไม่

ใช้ได้หากมีสิทธิใช้สถานที่และไม่ขัดกับข้อบังคับหรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง ควรมีหนังสือยินยอม เอกสารเจ้าของสถานที่ และแผนที่ให้พร้อม โดยเฉพาะหากจะจด VAT หรือขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ

ปี 2569 ยังไปยื่นจดทะเบียนบริษัทที่สำนักงานได้หรือไม่

ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ให้ยื่นผ่านระบบ DBD Biz Regist เพียงช่องทางเดียวทั่วประเทศ

บริษัทเปิดใหม่ยังไม่มีรายได้ ต้องทำบัญชีหรือไม่

ต้องทำ บริษัทมีหน้าที่จัดทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียน และยังต้องจัดทำงบการเงิน ยื่นภาษี และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแม้ยังไม่มีรายได้

ให้ ACBEST ช่วยเตรียมบริษัทให้พร้อมตั้งแต่วันแรก

ACBEST ช่วยตรวจข้อมูลก่อนยื่นจดทะเบียน วางโครงสร้างผู้ถือหุ้นและอำนาจกรรมการ เตรียมเอกสารจดทะเบียน พร้อมแนะนำระบบบัญชี ภาษี และเอกสารที่บริษัทต้องใช้หลังจัดตั้ง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเริ่มดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ

ดูรายละเอียด บริการจดทะเบียนบริษัทและวางระบบบัญชีเริ่มต้น หรือติดต่อ ACBEST เพื่อประเมินข้อมูลเบื้องต้น

ติดต่อ ACBEST
โทร: 02-077-9191
LINE ID: acbest59

บริการที่เกี่ยวข้อง

แชร์บทความนี้