ข้ามไปยังเนื้อหา

Knowledge Center

จดทะเบียนบริษัท ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง อัปเดตล่าสุดปี 2026

จดทะเบียนบริษัท ACBEST Accounting
จดทะเบียนบริษัท ACBEST Accounting
ภาพประกอบบทความจดทะเบียนบริษัทโดย ACBEST

การจดทะเบียนบริษัทเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการดำเนินกิจการในรูปแบบนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขายสินค้า ธุรกิจบริการ ธุรกิจออนไลน์ รับเหมา ร้านค้า หรือธุรกิจ SME ทั่วไป

หลายคนเข้าใจว่าการจดทะเบียนบริษัทมีเพียงการตั้งชื่อบริษัทและยื่นเอกสารกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ยังมีข้อมูลและเอกสารหลายอย่างที่ต้องเตรียมให้ครบก่อนยื่นจดทะเบียน

บทความนี้ ACBEST สรุปให้ว่า จดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และเจ้าของกิจการควรรู้อะไรก่อนเริ่มจดบริษัท

1. ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนบริษัท

ก่อนเตรียมเอกสาร เจ้าของกิจการควรสรุปข้อมูลพื้นฐานของบริษัทให้ชัดเจนก่อน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการยื่นจดทะเบียนและจัดทำเอกสารประกอบบริษัท

ข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่

  • ชื่อบริษัท
  • วัตถุประสงค์ของบริษัท
  • ทุนจดทะเบียน
  • รายชื่อผู้ถือหุ้น
  • รายชื่อกรรมการ
  • อำนาจกรรมการ
  • ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • เบอร์โทรศัพท์และอีเมลของบริษัท

การเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาเอกสารไม่ครบ ชื่อบริษัทใช้ไม่ได้ หรือข้อมูลไม่ตรงกันในขั้นตอนยื่นจดทะเบียน

2. ชื่อบริษัท

ชื่อบริษัทเป็นข้อมูลแรกที่ควรเตรียม เจ้าของกิจการควรเตรียมชื่อไว้มากกว่า 1 ชื่อ เผื่อชื่อที่ต้องการใช้ซ้ำ คล้าย หรือขัดกับหลักเกณฑ์การตั้งชื่อนิติบุคคล

ตัวอย่างรูปแบบชื่อบริษัท:

  • บริษัท ตัวอย่าง จำกัด
  • Example Co., Ltd.

ชื่อบริษัทควรอ่านง่าย จำง่าย และสื่อถึงธุรกิจหรือภาพลักษณ์ที่ต้องการในระยะยาว เพราะชื่อนี้จะถูกใช้ในหนังสือรับรองบริษัท ใบกำกับภาษี สัญญา เอกสารธนาคาร และเอกสารทางราชการต่าง ๆ

3. วัตถุประสงค์ของบริษัท

วัตถุประสงค์ของบริษัทคือรายละเอียดว่าบริษัทจะประกอบธุรกิจอะไร เช่น

  • จำหน่ายสินค้า
  • ให้บริการ
  • รับเหมา
  • ให้คำปรึกษา
  • ธุรกิจออนไลน์
  • นำเข้าและส่งออก
  • ให้บริการด้านบัญชี ภาษี หรือธุรกิจเฉพาะทาง

การกำหนดวัตถุประสงค์ควรเขียนให้ครอบคลุมธุรกิจหลัก และเผื่อธุรกิจที่อาจทำเพิ่มเติมในอนาคต แต่ไม่ควรกว้างเกินไปจนไม่สอดคล้องกับกิจการจริง

4. ทุนจดทะเบียน

ทุนจดทะเบียนคือจำนวนเงินทุนที่ผู้ถือหุ้นตกลงลงทุนในบริษัท โดยต้องกำหนดจำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น และจำนวนเงินที่เรียกชำระค่าหุ้น

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนกำหนดทุนจดทะเบียน ได้แก่

  • ขนาดของธุรกิจ
  • เงินทุนที่ต้องใช้เริ่มต้น
  • ความน่าเชื่อถือในการติดต่อคู่ค้า
  • เงื่อนไขของงานหรือสัญญาที่บริษัทจะรับ
  • แผนการขอสินเชื่อหรือเปิดบัญชีธนาคารในอนาคต

สำหรับธุรกิจ SME ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องตั้งทุนจดทะเบียนสูงเกินความจำเป็น แต่ควรตั้งให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจและแผนการดำเนินงาน

5. รายชื่อผู้ถือหุ้น

บริษัทจำกัดต้องมีผู้ถือหุ้น และต้องระบุข้อมูลของผู้ถือหุ้นแต่ละรายให้ครบถ้วน เช่น

  • ชื่อ-นามสกุล
  • ที่อยู่
  • สัญชาติ
  • อาชีพ
  • เลขบัตรประชาชนหรือเอกสารประจำตัว
  • จำนวนหุ้นที่ถือ
  • มูลค่าหุ้นที่ถือ

ข้อมูลผู้ถือหุ้นมีความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างความเป็นเจ้าของบริษัท สิทธิในการออกเสียง และการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท

6. รายชื่อกรรมการและอำนาจกรรมการ

กรรมการคือบุคคลที่มีอำนาจบริหารและลงนามแทนบริษัท เจ้าของกิจการต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าใครเป็นกรรมการบริษัท และกรรมการมีอำนาจลงนามอย่างไร

ตัวอย่างการกำหนดอำนาจกรรมการ:

  • กรรมการหนึ่งคนลงลายมือชื่อได้
  • กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกัน
  • กรรมการลงลายมือชื่อพร้อมประทับตราบริษัท
  • กรรมการคนใดคนหนึ่งลงนามได้เฉพาะบางกรณี

การกำหนดอำนาจกรรมการควรพิจารณาให้เหมาะกับโครงสร้างเจ้าของธุรกิจ เพราะมีผลต่อการทำสัญญา เปิดบัญชีธนาคาร ออกเอกสาร และติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ในนามบริษัท

7. ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

การจดทะเบียนบริษัทต้องมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ โดยควรเตรียมข้อมูลให้ครบ เช่น

  • ที่อยู่สำนักงานใหญ่
  • เลขรหัสประจำบ้าน
  • เบอร์โทรศัพท์
  • อีเมลบริษัท
  • เว็บไซต์หรือช่องทางออนไลน์ของบริษัท ถ้ามี

หากใช้บ้าน อาคารพาณิชย์ หรือสำนักงานเช่าเป็นที่ตั้งบริษัท ควรตรวจสอบก่อนว่าสถานที่นั้นสามารถใช้เป็นที่ตั้งบริษัทได้หรือไม่ และมีเอกสารประกอบครบถ้วนหรือไม่

เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ที่อาจต้องเตรียม ได้แก่

  • สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้ง
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่
  • สัญญาเช่า กรณีเช่าสถานที่
  • แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานใหญ่

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่มีความสำคัญ เพราะจะปรากฏในข้อมูลนิติบุคคล และอาจใช้ต่อเนื่องในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม การติดต่อกรมสรรพากร และการติดต่อกับหน่วยงานราชการอื่น

8. เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนบริษัท

เอกสารหลักที่ใช้ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด ได้แก่

  1. คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด แบบ บอจ.1
  2. แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  3. รายการจดทะเบียนจัดตั้ง แบบ บอจ.3
  4. รายละเอียดกรรมการ แบบ ก.
  5. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น แบบ บอจ.5
  6. สำเนาหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
  7. สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
  8. สำเนาข้อบังคับของบริษัท ถ้ามี
  9. สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้น
  10. แบบ สสช.1
  11. แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  12. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการทุกคน
  13. หนังสือมอบอำนาจ กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน

รายการเอกสารอาจแตกต่างกันตามลักษณะของบริษัท โครงสร้างผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน หรือกรณีพิเศษ เช่น มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ หรือมีกรรมการต่างชาติ ดังนั้นก่อนยื่นจดทะเบียนควรตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน

9. กรณีมีผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือกรรมการต่างชาติ

หากบริษัทมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ หรือมีกรรมการต่างชาติที่มีอำนาจลงนาม อาจต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กรณีนี้ควรตรวจสอบให้รอบคอบก่อนยื่นจดทะเบียน เพราะหากเอกสารไม่ครบ หรือข้อมูลไม่ชัดเจน อาจถูกขอเอกสารเพิ่มเติม ทำให้กระบวนการจดทะเบียนล่าช้าได้

10. กรณีทุนจดทะเบียนสูง

หากบริษัทต้องการจดทะเบียนด้วยทุนจดทะเบียนสูง ควรตรวจสอบเงื่อนไขและเอกสารเพิ่มเติมก่อนยื่นจดทะเบียน โดยเฉพาะกรณีทุนจดทะเบียนเกินเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด

การกำหนดทุนจดทะเบียนควรเหมาะสมกับธุรกิจ ไม่ควรตั้งสูงเพียงเพื่อความน่าเชื่อถือโดยไม่มีแผนรองรับ เพราะอาจมีผลต่อการจัดทำเอกสาร การชำระค่าหุ้น และการอธิบายที่มาของเงินทุนในอนาคต

11. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท

ค่าธรรมเนียมหลักในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ได้แก่

  • จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด
  • หนังสือรับรอง
  • ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน
  • รับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน

ค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศหรือเงื่อนไขของหน่วยงานราชการ ดังนั้นก่อนยื่นจดทะเบียนควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอีกครั้ง

12. จดทะเบียนบริษัทได้ที่ไหน

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทสามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังสามารถดำเนินการผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล DBD Biz Regist ได้ ซึ่งช่วยให้การยื่นจดทะเบียนสะดวกขึ้นสำหรับผู้ประกอบการที่เตรียมเอกสารและข้อมูลครบถ้วนแล้ว

13. หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว ต้องทำอะไรต่อ

หลังจดทะเบียนบริษัทเรียบร้อยแล้ว เจ้าของกิจการไม่ควรหยุดเพียงแค่ได้รับหนังสือรับรองบริษัท เพราะบริษัทยังมีหน้าที่ด้านบัญชีและภาษีที่ต้องดำเนินการต่อให้ถูกต้อง เช่น

  • เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท
  • จัดทำบัญชีรายเดือน
  • เก็บเอกสารรายรับ รายจ่าย และเอกสารประกอบบัญชี
  • ยื่นภาษี ตามหน้าที่ของบริษัท
  • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากมีรายการที่เกี่ยวข้อง
  • ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม หากบริษัทจด VAT
  • จัดทำและยื่นงบการเงินประจำปี
  • ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50
  • ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นประจำปี

การวางระบบบัญชีและภาษีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารไม่ครบ ยื่นภาษีล่าช้า หรืองบการเงินมีปัญหาในภายหลัง

หากเจ้าของธุรกิจต้องการเริ่มต้นอย่างถูกต้อง ACBEST สามารถช่วยดูแลทั้งงานบัญชีรายเดือน งานภาษี และการวางระบบเอกสารให้เหมาะสมกับธุรกิจ SME ได้

14. สรุป: จดทะเบียนบริษัทควรเตรียมอะไรบ้าง

โดยสรุป ก่อนจดทะเบียนบริษัท เจ้าของกิจการควรเตรียมข้อมูลและเอกสารหลักดังนี้

  • ชื่อบริษัท
  • วัตถุประสงค์ของบริษัท
  • ทุนจดทะเบียน
  • รายชื่อผู้ถือหุ้น
  • รายชื่อกรรมการ
  • อำนาจกรรมการ
  • ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ตั้งบริษัท
  • แผนที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ
  • เอกสารแบบฟอร์มจดทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • เอกสารเพิ่มเติมกรณีมีต่างชาติหรือทุนจดทะเบียนสูง

หากเตรียมเอกสารครบตั้งแต่แรก การจดทะเบียนบริษัทจะดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น และช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นได้อย่างถูกต้อง

ACBEST ช่วยอะไรได้บ้าง

ACBEST Accounting and Consulting Co., Ltd. ให้บริการด้านบัญชี ภาษี จดทะเบียนบริษัท และที่ปรึกษาธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ SME

หากคุณกำลังจะเปิดบริษัทใหม่ และต้องการวางระบบบัญชีและภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น ACBEST สามารถช่วยดูแลได้ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมเอกสาร จดทะเบียนบริษัท วางระบบบัญชีรายเดือน และให้คำปรึกษาด้านภาษี

ติดต่อ ACBEST เพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้น

โทร: 02-077-9191
LINE ID: acbest59

แชร์บทความนี้

02-077-9191 LINE: acbest59