ข้ามไปยังเนื้อหา

Knowledge Center

เปิดบริษัทใหม่ ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอะไรบ้าง อัปเดตล่าสุดปี 2026

เปิดบริษัทใหม่ ทำบัญชีและยื่นภาษี ACBEST Accounting
เปิดบริษัทใหม่ ทำบัญชีและยื่นภาษี ACBEST Accounting
ภาพประกอบบทความเปิดบริษัทใหม่ ทำบัญชีและยื่นภาษีโดย ACBEST

การเปิดบริษัทใหม่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล แต่หลังจากจดทะเบียนบริษัทเรียบร้อยแล้ว เจ้าของกิจการยังมีหน้าที่ด้านบัญชี ภาษี และการจัดเก็บเอกสารที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง

หลายธุรกิจเข้าใจผิดว่า หากบริษัทเพิ่งเปิดใหม่ ยังไม่มีรายได้ หรือยังไม่ได้เริ่มขายสินค้าและบริการ อาจยังไม่ต้องทำบัญชีหรือยื่นภาษี แต่ในความเป็นจริง เมื่อจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดแล้ว บริษัทควรวางระบบบัญชีและภาษีตั้งแต่เริ่มต้น

บทความนี้ ACBEST สรุปให้ว่า เปิดบริษัทใหม่ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอะไรบ้าง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจ SME เข้าใจหน้าที่สำคัญหลังจดทะเบียนบริษัท และลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ครบ ยื่นภาษีล่าช้า หรือปิดงบการเงินไม่ทัน

1. หลังเปิดบริษัทใหม่ ต้องเริ่มจากอะไร

หลังจากจดทะเบียนบริษัทเรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่เจ้าของกิจการควรทำคือ จัดระบบข้อมูลและเอกสารของบริษัทให้พร้อม เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ต่อเนื่องในการทำบัญชี ยื่นภาษี เปิดบัญชีธนาคาร และจัดทำงบการเงินประจำปี

สิ่งที่ควรเตรียมหลังเปิดบริษัท ได้แก่

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • รายละเอียดกรรมการและอำนาจกรรมการ
  • ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • บัญชีธนาคารในนามบริษัท
  • เอกสารรายรับและรายจ่าย
  • สัญญาเช่า สัญญาบริการ หรือสัญญาทางธุรกิจ
  • ข้อมูลผู้ทำบัญชี
  • ข้อมูลสำหรับยื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์

การจัดข้อมูลให้เป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้บริษัททำบัญชีได้ถูกต้อง ลดปัญหาเอกสารหาย และลดความเสี่ยงจากการยื่นภาษีล่าช้า

2. บริษัทเปิดใหม่ต้องทำบัญชีหรือไม่

คำตอบคือ ต้องทำบัญชี

เมื่อจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดแล้ว บริษัทถือเป็นนิติบุคคลที่มีหน้าที่จัดทำบัญชี ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้มาก น้อย หรือยังไม่มีรายได้ในช่วงแรกก็ตาม

การทำบัญชีไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อยื่นภาษีเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพทางการเงินของบริษัท เช่น

  • บริษัทมีรายได้เท่าไร
  • มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
  • มีกำไรหรือขาดทุน
  • มีลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เท่าไร
  • มีภาษีที่ต้องนำส่งหรือไม่
  • มีเงินสดและเงินฝากคงเหลือเท่าไร

สำหรับธุรกิจ SME การ จัดทำบัญชีรายเดือน ตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เจ้าของกิจการควบคุมธุรกิจได้ดีขึ้น และลดปัญหาการรวบรวมเอกสารย้อนหลังในช่วงปิดงบการเงิน

3. เอกสารบัญชีที่บริษัทควรเก็บทุกเดือน

บริษัทเปิดใหม่ควรวางระบบเอกสารรายเดือนให้ชัดเจน เพราะเอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญในการบันทึกบัญชีและยื่นภาษี

เอกสารที่ควรเก็บทุกเดือน ได้แก่

  1. เอกสารรายรับ
    เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบส่งของ รายงานการขาย หรือหลักฐานการรับเงิน
  2. เอกสารรายจ่าย
    เช่น ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้จากผู้ขาย ใบสำคัญจ่าย และหลักฐานการโอนเงิน
  3. เอกสารธนาคาร
    เช่น Bank Statement สมุดบัญชีธนาคาร หลักฐานการโอนเงิน และรายการรับจ่ายผ่านบัญชีบริษัท
  4. เอกสารเงินเดือน
    เช่น รายงานเงินเดือน สลิปเงินเดือน รายการหักภาษี ณ ที่จ่าย และเอกสารประกันสังคม ถ้ามีพนักงาน
  5. สัญญาและเอกสารประกอบธุรกิจ
    เช่น สัญญาเช่า สัญญาบริการ สัญญาซื้อขาย สัญญาว่าจ้าง และเอกสารประกอบรายการสำคัญ
  6. เอกสารภาษี
    เช่น แบบภาษีที่ยื่นแล้ว ใบเสร็จกรมสรรพากร หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย และรายงานภาษีซื้อภาษีขาย

หากเอกสารไม่ครบ อาจทำให้บันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง ใช้สิทธิภาษีไม่ได้ หรือเกิดปัญหาเมื่อมีการตรวจสอบภายหลัง

4. ภาษีที่บริษัทเปิดใหม่ควรรู้

หลังเปิดบริษัทใหม่ ภาษีที่เกี่ยวข้องอาจแตกต่างกันตามลักษณะธุรกิจ รายได้ ค่าใช้จ่าย การจ้างพนักงาน และการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีที่เจ้าของบริษัทควรรู้ ได้แก่

  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ภาษีเงินเดือนพนักงาน
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ เฉพาะบางกิจการ

ไม่ใช่ทุกบริษัทจะต้องยื่นภาษีทุกแบบในทันที แต่เจ้าของกิจการควรรู้ว่าแบบใดเกี่ยวข้องกับธุรกิจของตน เพื่อป้องกันการยื่นผิดหรือขาดยื่น

5. ภ.ง.ด.50 คืออะไร

ภ.ง.ด.50 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ใช้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ต้องคำนวณภาษีจากผลประกอบการประจำปี

โดยทั่วไป บริษัทต้องจัดทำงบการเงินประจำปี และใช้ข้อมูลจากงบการเงินในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี

สำหรับบริษัทที่มีรอบบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม โดยปกติจะต้องยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ทั้งนี้ควรตรวจสอบปฏิทินภาษีของกรมสรรพากรในแต่ละปี เพราะหากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดราชการ อาจมีการเลื่อนวันยื่นแบบตามประกาศของกรมสรรพากร

6. ภ.ง.ด.51 คืออะไร

ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลที่มีรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่า 12 เดือน

เจ้าของบริษัทเปิดใหม่ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะรอบบัญชีปีแรกของบริษัทบางแห่งอาจไม่ครบ 12 เดือน ซึ่งอาจมีผลต่อหน้าที่ในการยื่น ภ.ง.ด.51 ดังนั้นควรตรวจสอบรอบบัญชีของบริษัทก่อนสรุปว่าต้องยื่นหรือไม่

การยื่น ภ.ง.ด.51 มีความสำคัญ เพราะเป็นการประเมินภาษีครึ่งปี หากประมาณการกำไรสุทธิต่ำเกินไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจมีผลกระทบด้านภาษีตามมาได้

7. ภ.พ.30 คืออะไร

ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT

บริษัทที่จด VAT แล้วจะต้องจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และยื่นแบบ ภ.พ.30 ตามรอบที่กฎหมายกำหนด แม้บางเดือนจะไม่มีรายการขายหรือไม่มีภาษีที่ต้องชำระ ก็ยังควรตรวจสอบหน้าที่การยื่นแบบให้ถูกต้อง

เจ้าของธุรกิจควรแยกให้ชัดเจนว่าบริษัทของตนจด VAT แล้วหรือยัง เพราะถ้าจด VAT แล้ว การออกเอกสารขาย การรับใบกำกับภาษีซื้อ และการยื่น ภ.พ.30 ต้องทำอย่างเป็นระบบ

8. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักไว้บางส่วนก่อนจ่ายเงินให้ผู้รับ และนำส่งให้กรมสรรพากรตามประเภทของรายจ่าย

ตัวอย่างรายการที่อาจเกี่ยวข้องกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย ได้แก่

  • ค่าบริการ
  • ค่าเช่า
  • ค่าวิชาชีพ
  • ค่าจ้างทำของ
  • ค่าโฆษณา
  • เงินเดือนพนักงาน

บริษัทเปิดใหม่มักพลาดเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพราะเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของผู้รับเงินเท่านั้น แต่ในหลายกรณี ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักและนำส่งภาษีให้ถูกต้อง

9. ถ้ามีพนักงาน ต้องทำอะไรเพิ่ม

หากบริษัทเปิดใหม่มีพนักงาน บริษัทควรวางระบบเงินเดือนตั้งแต่เริ่มต้น เพราะเงินเดือนเกี่ยวข้องกับทั้งบัญชี ภาษี และประกันสังคม

สิ่งที่ต้องพิจารณา ได้แก่

  • จัดทำทะเบียนพนักงาน
  • จัดทำเงินเดือนรายเดือน
  • คำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน
  • นำส่งภาษีเงินเดือน หากเข้าเงื่อนไข
  • ขึ้นทะเบียนประกันสังคม หากมีลูกจ้าง
  • เก็บสลิปเงินเดือนและหลักฐานการจ่ายเงินเดือน
  • จัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายประจำปี

ธุรกิจ SME หลายแห่งเริ่มจากเจ้าของทำงานเอง ไม่มีพนักงานในช่วงแรก แต่เมื่อเริ่มจ้างพนักงาน ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อจัดระบบให้ถูกต้องตั้งแต่เดือนแรก

10. บริษัทไม่มีรายได้ ต้องทำบัญชีและยื่นงบหรือไม่

บริษัทที่จดทะเบียนแล้ว แม้ยังไม่มีรายได้ ก็ยังควรจัดทำบัญชีและเก็บเอกสารให้ครบถ้วน เพราะบริษัทอาจมีรายการทางบัญชีอื่น เช่น

  • ค่าจดทะเบียนบริษัท
  • ค่าเช่าสถานที่
  • ค่าทำเว็บไซต์
  • ค่าโฆษณา
  • ค่าอุปกรณ์สำนักงาน
  • ค่าบริการวิชาชีพ
  • เงินทุนจากผู้ถือหุ้น
  • รายการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคาร

นอกจากนี้ นิติบุคคลที่จดทะเบียนแล้วมีหน้าที่นำส่งงบการเงินประจำปีตามรอบบัญชี ไม่ว่าจะดำเนินกิจการหรือไม่ก็ตาม

ดังนั้น บริษัทไม่มีรายได้ไม่ควรปล่อยบัญชีว่างหรือไม่เก็บเอกสาร เพราะอาจเกิดปัญหาเมื่อถึงเวลาปิดงบการเงินและยื่นภาษีประจำปี

11. งบการเงินประจำปีต้องทำอะไรบ้าง

บริษัทจำกัดต้องจัดทำงบการเงินประจำปี เพื่อแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบบัญชีนั้น

โดยทั่วไป กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน ได้แก่

  • รวบรวมเอกสารบัญชีทั้งปี
  • บันทึกบัญชีให้ครบถ้วน
  • ปรับปรุงรายการบัญชีปลายปี
  • จัดทำงบการเงิน
  • ให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบการเงิน
  • ประชุมอนุมัติงบการเงิน
  • ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีต่อกรมสรรพากร

การทำบัญชีรายเดือนจะช่วยให้การปิดงบประจำปีง่ายขึ้น ลดปัญหาเอกสารขาด และช่วยให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น

12. ควรทำบัญชีรายเดือนตั้งแต่เมื่อไร

บริษัทควรเริ่มทำบัญชีตั้งแต่เดือนที่จดทะเบียนบริษัท ไม่ควรรอให้มีรายได้ก่อน เพราะตั้งแต่เริ่มจัดตั้งบริษัทมักมีค่าใช้จ่ายและรายการทางการเงินเกิดขึ้นแล้ว

การทำบัญชีรายเดือนช่วยให้บริษัทได้ประโยชน์หลายด้าน เช่น

  • รู้ผลประกอบการเป็นรายเดือน
  • ตรวจสอบรายรับรายจ่ายได้ง่าย
  • วางแผนภาษีได้ดีขึ้น
  • ลดความเสี่ยงเอกสารหาย
  • เตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีได้ทันเวลา
  • ปิดงบการเงินประจำปีได้ง่ายขึ้น

หากบริษัทเริ่มต้นด้วยระบบบัญชีที่ดี จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจใช้ข้อมูลทางการเงินในการตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น

13. ความผิดพลาดที่บริษัทเปิดใหม่มักเจอ

บริษัทเปิดใหม่หลายแห่งมีปัญหาด้านบัญชีและภาษี เพราะไม่ได้วางระบบตั้งแต่เริ่มต้น ตัวอย่างความผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่

  • ใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวปนกับบัญชีบริษัท
  • ไม่เก็บใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี
  • มีรายจ่ายจริงแต่ไม่มีเอกสารประกอบ
  • ออกใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง
  • ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายในรายการที่ต้องหัก
  • ลืมยื่นภาษีบางเดือน
  • ไม่รู้ว่าต้องจด VAT เมื่อเข้าเงื่อนไข
  • ไม่แยกเงินเจ้าของกับเงินบริษัท
  • รวบรวมเอกสารบัญชีตอนปลายปีครั้งเดียว

ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้บริษัทมีภาษี เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม หรือทำให้งบการเงินไม่สะท้อนความเป็นจริงของธุรกิจ

14. เปิดบริษัทใหม่ควรให้สำนักงานบัญชีช่วยอะไรบ้าง

สำนักงานบัญชีไม่ได้มีหน้าที่เพียงบันทึกบัญชีเท่านั้น แต่ควรช่วยเจ้าของธุรกิจวางระบบเอกสารและภาษีให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ

งานที่สำนักงานบัญชีควรช่วยดูแล ได้แก่

  • แนะนำการเก็บเอกสารรายเดือน
  • จัดทำบัญชีรายเดือน
  • ตรวจสอบเอกสารรายรับรายจ่าย
  • จัดทำภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • จัดทำภาษีมูลค่าเพิ่ม หากบริษัทจด VAT
  • ยื่นภาษี ตามหน้าที่ของบริษัท
  • จัดทำงบการเงินประจำปี
  • ประสานงานกับผู้สอบบัญชี
  • ให้คำแนะนำเรื่องภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  • ช่วยวางระบบบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจ SME

สำหรับบริษัทเปิดใหม่ การมีผู้ดูแลบัญชีตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยง และทำให้เจ้าของกิจการโฟกัสกับการขาย การตลาด และการบริหารธุรกิจได้มากขึ้น

15. สรุป: เปิดบริษัทใหม่ ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอะไรบ้าง

โดยสรุป หลังเปิดบริษัทใหม่ เจ้าของกิจการควรดูแลเรื่องบัญชีและภาษีดังนี้

  • เริ่มจัดทำบัญชีตั้งแต่เดือนที่จดทะเบียนบริษัท
  • เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท
  • เก็บเอกสารรายรับรายจ่ายทุกเดือน
  • แยกเงินบริษัทออกจากเงินส่วนตัว
  • ตรวจสอบหน้าที่ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ตรวจสอบว่าต้องจด VAT หรือไม่
  • ยื่น ภ.พ.30 หากบริษัทจด VAT
  • ยื่น ภ.ง.ด.51 หากเข้าเงื่อนไข
  • ยื่น ภ.ง.ด.50 ประจำปี
  • จัดทำและยื่นงบการเงินประจำปี
  • วางระบบบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น

การเปิดบริษัทใหม่ให้ถูกต้อง ไม่ใช่แค่จดทะเบียนให้เสร็จ แต่ต้องวางระบบบัญชีและภาษีให้พร้อม เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง และลดความเสี่ยงในอนาคต

ACBEST ช่วยอะไรได้บ้าง

ACBEST Accounting and Consulting Co., Ltd. ให้บริการด้านบัญชี ภาษี จดทะเบียนบริษัท และที่ปรึกษาธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ SME

หากคุณเพิ่งเปิดบริษัทใหม่ หรือกำลังวางแผนเริ่มธุรกิจ ACBEST สามารถช่วยดูแลตั้งแต่การวางระบบเอกสาร จัดทำบัญชีรายเดือน ยื่นภาษี วางแผนภาษีเบื้องต้น และเตรียมข้อมูลสำหรับปิดงบการเงินประจำปี

อ่านเพิ่มเติม: จดทะเบียนบริษัท ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง อัปเดตล่าสุดปี 2026

ติดต่อ ACBEST เพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้น

โทร: 02-077-9191
LINE ID: acbest59

แชร์บทความนี้

02-077-9191 LINE: acbest59