ข้ามไปยังเนื้อหา

Knowledge Center

รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ยังไม่จด VAT? ระวังภาษีย้อนหลัง เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับ

รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ยังไม่จด VAT เรื่องจริงจากโต๊ะที่ปรึกษา ACBEST #002

รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ไม่เคยจด VAT

ปัญหา “รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ยังไม่จด VAT” มักเกิดขึ้นเมื่อธุรกิจเติบโตเร็วกว่าระบบบัญชี และไม่มีการติดตามรายรับสะสมอย่างสม่ำเสมอ

เช้าวันหนึ่ง เจ้าของธุรกิจท่านหนึ่งเดินเข้ามาที่สำนักงาน ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

ก่อนนั่งลง เขาพูดขึ้นทันทีว่า

ลูกค้า

“ปีนี้ขายดีมากครับ ลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกเดือน”

ลูกค้า

“ผมว่าธุรกิจเริ่มเข้าที่แล้วครับ”

ผมยิ้ม ก่อนถามคำถามง่าย ๆ เพียงหนึ่งข้อ

ที่ปรึกษา

“ปีที่ผ่านมา รายได้รวมประมาณเท่าไรครับ?”

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรายงานยอดขาย แล้วตอบด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า

ลูกค้า

“ประมาณ 7.8 ล้านบาทครับ”

ผมพยักหน้า ก่อนถามต่อ

ที่ปรึกษา

“แล้วเคยจดทะเบียน VAT หรือยังครับ?”

ลูกค้า

“ยังครับ ผมไม่เคยคิดว่าธุรกิจของผมต้องจด VAT”

ผมหยุดเมาส์ไว้ที่ตัวเลขหนึ่ง

ผมเปิดรายงานรายได้ย้อนหลัง แล้วไล่ดูยอดสะสมทีละเดือน

มกราคม 420,000 บาท
กุมภาพันธ์ 860,000 บาท
มีนาคม 1,340,000 บาท
เมษายน 1,823,450 บาท

เมาส์ของผมหยุดอยู่ที่ยอดรายได้สะสมของเดือนเมษายน

1,823,450 บาท

ผมหันหน้าจอไปให้ลูกค้าดู แล้วถามว่า

ที่ปรึกษา

“พี่รู้ไหมครับว่า ธุรกิจของพี่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทตั้งแต่เมื่อไร?”

ลูกค้า

“ไม่ทราบเลยครับ ผมไม่เคยนับยอดสะสมแบบนี้”

1.8 ล้านบาท ไม่ใช่เพียงตัวเลขของยอดขาย

เจ้าของธุรกิจจำนวนมากจำวันที่เปิดร้านได้ จำยอดขายของเดือนล่าสุดได้ และรู้ว่าเงินเข้าบัญชีวันละเท่าไร

แต่กลับไม่เคยตรวจสอบว่า รายรับสะสมของกิจการเกิน 1.8 ล้านบาทเมื่อใด

ทำไมตัวเลข 1.8 ล้านบาทจึงสำคัญ

สำหรับกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ ตามแนวทางของ กรมสรรพากร

การพิจารณาไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจเป็นร้านเล็กหรือร้านใหญ่ เป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูทั้งลักษณะกิจการและจำนวนรายรับ

ประเด็นนี้อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลายประเภท เช่น

ร้านค้าออนไลน์
ร้านอาหารและคาเฟ่
ร้านค้าปลีก
ธุรกิจบริการ
ร้านเสริมสวย
ผู้รับเหมา
ร้านวัสดุก่อสร้าง
ธุรกิจ SME

ไม่ใช่ทุกกิจการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทจะมีผลเหมือนกัน เพราะบางกิจการอาจได้รับยกเว้น VAT จึงต้องตรวจสอบลักษณะกิจการและข้อเท็จจริงก่อนเสมอ

เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท กิจการต้องตรวจสอบอะไร

ลูกค้าถามผมด้วยสีหน้ากังวลว่า

ลูกค้า

“แปลว่าผมทำผิดแล้วใช่ไหมครับ?”

ผมตอบทันทีว่า

ที่ปรึกษา

“อย่าเพิ่งสรุปครับ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบก่อน”

1

หาวันที่รายรับสะสมเกิน 1.8 ล้านบาท

2

ตรวจสอบว่ากิจการอยู่ในบังคับ VAT หรือได้รับยกเว้น

3

ตรวจสอบวันที่ควรยื่นคำขอจดทะเบียน VAT

4

ตรวจสอบรายได้และภาษีขายที่เกี่ยวข้องในแต่ละเดือน

5

ตรวจสอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 และเอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง

6

ประเมินภาษี เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับตามข้อเท็จจริง

ตัวอย่างการแยก VAT ออกจากราคาขาย

ลูกค้าถามคำถามที่เจ้าของธุรกิจหลายคนอยากรู้

ลูกค้า

“แล้วผมอาจต้องเสีย VAT เท่าไรครับ?”

เพื่อให้เห็นหลักการ ผมจึงใช้ตัวเลขสมมติที่คำนวณง่าย ตัวอย่างนี้ไม่ใช่ยอดภาษีที่ฟันธงว่าลูกค้าต้องชำระจริง

ตัวอย่างการประเมินเบื้องต้น
ราคาที่ได้รับจากลูกค้าตามสมมติฐาน 107,000 บาท
สมมติว่าราคาที่ได้รับเป็นราคารวม VAT คำนวณแบบ 7/107
107,000 × 7 ÷ 107
ภาษีขายตามตัวอย่าง 7,000 บาท
ลูกค้า

“ถ้าราคาที่รับมาเป็นราคารวม VAT จึงต้องแยกส่วนภาษีออกมาก่อนใช่ไหมครับ?”

ที่ปรึกษา

“นี่เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้นครับ ยังไม่ใช่ยอดที่ต้องชำระจริง”

การคำนวณจริงต้องแยกตามเดือนภาษี ตรวจสอบวันที่เริ่มมีหน้าที่ ฐานภาษี ราคาที่ตกลงกับลูกค้าว่ารวมหรือไม่รวม VAT ภาษีซื้อที่ใช้ได้ และเอกสารทั้งหมดก่อน

ภาระไม่ได้มีเฉพาะภาษีขาย

หากตรวจสอบแล้วพบว่า กิจการมีหน้าที่จด VAT แต่ไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่ได้ยื่นแบบตามกำหนด ประเด็นที่อาจต้องพิจารณาไม่ได้มีเพียงภาษีขาย

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีที่ต้องคำนวณและนำส่ง แยกตามเดือนภาษี

เงินเพิ่ม

โดยทั่วไปอาจคำนวณในอัตรา 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของภาษีที่ชำระล่าช้า ภายใต้ข้อจำกัดและหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย

เบี้ยปรับ

อาจเกิดขึ้นตามลักษณะความผิด และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี โดยต้องพิจารณาหลักเกณฑ์การลดเบี้ยปรับด้วย

แบบภาษีย้อนหลัง

อาจต้องตรวจสอบหรือดำเนินการเกี่ยวกับ แบบ ภ.พ.30 ในแต่ละเดือนที่เกี่ยวข้อง

อย่านำรายได้ทั้งหมดคูณ 7% แล้วสรุปทันที

ยอดภาษีจริงไม่ได้คำนวณจากยอดรายได้รวมแบบง่าย ๆ ในทุกกรณี ต้องตรวจสอบว่าราคาเป็นราคารวม VAT หรือไม่ ช่วงเวลาที่มีหน้าที่คือช่วงใด และมีข้อเท็จจริงหรือเอกสารอื่นใดเกี่ยวข้อง

เงินเพิ่มอาจสะสมอย่างไร

เงินเพิ่มของ VAT อาจคำนวณตามจำนวนเดือน หรือเศษของเดือนที่ชำระภาษีล่าช้า

ตัวอย่างสมมติ หากมีภาษีที่ต้องชำระ 100,000 บาท และชำระล่าช้า 12 เดือน การคำนวณเบื้องต้นก่อนพิจารณาข้อจำกัดตามกฎหมายอาจเป็นดังนี้

100,000 × 1.5% × 12 เดือน
เงินเพิ่มตามตัวอย่าง 18,000 บาท

ตัวอย่างนี้ใช้เพื่อแสดงหลักการเท่านั้น เงินเพิ่มจริงต้องคำนวณเป็นรายเดือนภาษี ตามจำนวนภาษีที่ค้างชำระ ระยะเวลาจริง และข้อจำกัดตามกฎหมาย

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การเกิน 1.8 ล้านบาท

การที่ธุรกิจมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท แสดงว่าธุรกิจกำลังเติบโต

สิ่งที่น่ากังวลคือ ธุรกิจเติบโต แต่ระบบบัญชีและภาษีไม่ได้เติบโตตาม

เมื่อลูกค้ารู้ว่าต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลหลายปี เขานั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า

ลูกค้า

“ถ้ามีคนบอกผมตั้งแต่วันที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท เรื่องคงไม่มาถึงวันนี้ครับ”

วิเคราะห์จากโต๊ะที่ปรึกษา

เจ้าของธุรกิจรายนี้ไม่ได้ตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษี เขาขายสินค้าและให้บริการตามปกติ มีรายได้จริง และเงินเข้าบัญชีอย่างเปิดเผย

ปัญหาเกิดจากไม่มีระบบติดตามรายรับสะสม และไม่เคยตรวจสอบว่า เมื่อธุรกิจมีรายได้เพิ่มขึ้น หน้าที่ทางภาษีเปลี่ยนไปหรือไม่

ตัวเลข 1.8 ล้านบาท จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเป้าหมายยอดขาย แต่เป็นจุดที่เจ้าของธุรกิจควรหยุด และตรวจสอบหน้าที่ด้าน VAT อย่างจริงจัง

ธุรกิจของคุณควรตรวจสอบ VAT หรือยัง

หากตอบว่า “ใช่” หรือ “ไม่แน่ใจ” แม้เพียงข้อเดียว ควรเริ่มตรวจสอบข้อมูลก่อนที่ระยะเวลาจะผ่านไปมากกว่านี้

ACBEST Insight

“รายได้ 1.8 ล้านบาทไม่ใช่ตัวเลขที่น่ากลัว สิ่งที่น่ากังวลคือการไม่รู้ว่า ธุรกิจของคุณผ่านตัวเลขนั้นไปตั้งแต่เมื่อไร”

หลายธุรกิจไม่ได้มีปัญหาเพราะขายไม่ดี แต่มีปัญหาเพราะขายดีจนรายรับเกินเกณฑ์ โดยไม่รู้ว่าหน้าที่ทางภาษีได้เปลี่ยนไปแล้ว

การตรวจสอบตั้งแต่ธุรกิจเริ่มเติบโต ย่อมง่ายกว่าการย้อนกลับไปแก้ไข เมื่อภาษี เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับสะสมเป็นเวลาหลายปี

วันนี้คุณรู้หรือยังว่า ธุรกิจของคุณมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทตั้งแต่เมื่อไร?

ACBEST ให้บริการตรวจสอบรายรับ ประเมินหน้าที่จดทะเบียน VAT และวิเคราะห์ภาระภาษีสำหรับเจ้าของธุรกิจและ SME

การรู้ข้อเท็จจริงเร็ว ช่วยให้คุณมีข้อมูลและทางเลือกในการจัดการมากกว่า การรอจนได้รับหนังสือจากหน่วยงานภาษี

แชร์บทความนี้

02-077-9191 LINE: acbest59