ภ.ง.ด.51 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปต้องยื่นต่อกรมสรรพากร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคำนวณและชำระภาษีล่วงหน้าสำหรับผลประกอบการของรอบบัญชีนั้น
การจัดทำแบบ ภ.ง.ด.51 ไม่ควรพิจารณาเฉพาะยอดรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกเท่านั้น แต่ควรวิเคราะห์แนวโน้มผลประกอบการตลอดทั้งปี รายการปรับปรุงทางภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และเหตุการณ์ที่อาจทำให้กำไรสุทธิเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ภ.ง.ด.51 คือแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ซึ่งโดยทั่วไปต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันครบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี การคำนวณต้องประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี คำนวณภาษี และนำภาษีกึ่งหนึ่งมาชำระ หากประมาณการกำไรต่ำกว่ากำไรจริงเกินร้อยละ 25 โดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาด
- เจ้าของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
- ผู้ประกอบการ SME
- ฝ่ายบัญชีและการเงิน
- ผู้ที่กำลังเตรียมข้อมูลยื่น ภ.ง.ด.51
1. ภ.ง.ด.51 คืออะไร และแตกต่างจาก ภ.ง.ด.50 อย่างไร
ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 67 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งใช้สำหรับการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี
สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป การคำนวณภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.51 ใช้วิธีประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของทั้งรอบระยะเวลาบัญชี จากนั้นคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากประมาณการดังกล่าว และนำภาษีที่คำนวณได้กึ่งหนึ่งมาชำระเป็นภาษีครึ่งปี
อย่างไรก็ตาม นิติบุคคลบางกลุ่ม เช่น บริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ และกิจการทางการเงินบางประเภท ใช้วิธีคำนวณจากกำไรสุทธิจริงของรอบ 6 เดือนแรก ตามหลักเกณฑ์เฉพาะ จึงควรตรวจสอบประเภทกิจการก่อนคำนวณแบบ
ความแตกต่างระหว่าง ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50
| หัวข้อ | ภ.ง.ด.51 | ภ.ง.ด.50 |
|---|---|---|
| ช่วงเวลายื่น | ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี | เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี |
| ฐานคำนวณทั่วไป | ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี | กำไรสุทธิจริงของรอบบัญชี |
| ลักษณะภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี | ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี |
| การหักภาษีที่ชำระแล้ว | นำไปเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีปลายปี | หักภาษีครึ่งปีและเครดิตภาษีอื่นตามหลักเกณฑ์ |
กล่าวโดยสรุป ภ.ง.ด.51 เป็นการชำระภาษีล่วงหน้าระหว่างปี ส่วน ภ.ง.ด.50 เป็นการสรุปภาษีจากผลประกอบการจริงเมื่อสิ้นรอบบัญชี
2. ใครบ้างมีหน้าที่ยื่น และกรณีใดไม่ต้องยื่น
ผู้ที่มีหน้าที่ยื่นโดยทั่วไป
โดยหลัก ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย เมื่อรอบระยะเวลาบัญชีมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน เช่น
- บริษัทจำกัด
- บริษัทมหาชนจำกัด
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
- กิจการร่วมค้าที่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร
- นิติบุคคลอื่นที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
แม้กิจการจะคาดว่าขาดทุน หรือไม่มีภาษีต้องชำระ หากเป็นนิติบุคคลที่อยู่ในเกณฑ์ต้องยื่นแบบ ก็ยังควรยื่น ภ.ง.ด.51 ภายในกำหนดเวลา โดยแสดงประมาณการขาดทุนสุทธิหรือภาษีที่ต้องชำระเป็นศูนย์ตามข้อเท็จจริง
กรณีที่โดยทั่วไปไม่ต้องยื่น
- บุคคลธรรมดา
- ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่เป็นนิติบุคคล
- มูลนิธิหรือสมาคมที่เสียภาษีจากยอดรายรับ ไม่ได้เสียภาษีจากกำไรสุทธิ
- บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายน้อยกว่า 12 เดือน
- นิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นหรือมีวิธีคำนวณภาษีเป็นการเฉพาะ ซึ่งต้องพิจารณากฎหมายของกิจการนั้น
3. รอบบัญชีปกติและรอบบัญชีไม่ครบ 12 เดือน
รอบระยะเวลาบัญชีของบริษัทส่วนใหญ่มีกำหนด 12 เดือน เช่น วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีเดียวกัน การนับครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีจึงนับ 6 เดือนแรกตั้งแต่วันแรกของรอบบัญชี
ตัวอย่างรอบบัญชีปกติ
บริษัทมีรอบบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีจึงสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน และต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับจากวันสิ้นสุดช่วง 6 เดือนแรก
รอบบัญชีไม่ตรงกับปีปฏิทิน
หากบริษัทมีรอบบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป ครึ่งรอบบัญชีจะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน กำหนดเวลายื่นจึงต้องนับจากวันที่ 30 กันยายน ไม่ใช่นับตามกำหนดของบริษัทที่ปิดบัญชีเดือนธันวาคม
รอบบัญชีแรกไม่ครบ 12 เดือน
บริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนอาจมีรอบบัญชีแรกสั้นกว่า 12 เดือน เช่น จดทะเบียนวันที่ 1 กรกฎาคม และกำหนดวันสิ้นรอบบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม กรณีนี้รอบบัญชีแรกมีระยะเวลาน้อยกว่า 12 เดือน จึงไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบบัญชีแรกนั้น ตามมาตรา 67 ทวิ แต่รอบบัญชีถัดไปที่มีระยะเวลา 12 เดือนยังต้องพิจารณาหน้าที่ตามปกติ
4. กำหนดเวลายื่นแบบ ภ.ง.ด.51
โดยหลักต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก นับจากวันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
ตัวอย่างกิจการที่ปิดบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม
- รอบบัญชีเริ่มวันที่ 1 มกราคม
- ครบ 6 เดือนแรกวันที่ 30 มิถุนายน
- กำหนดเวลายื่นแบบกระดาษโดยทั่วไปคือภายในวันที่ 31 สิงหาคม
การยื่นผ่านระบบ e-Filing
สำหรับการยื่นแบบผ่านระบบอินเทอร์เน็ต กรมสรรพากรอาจให้สิทธิขยายเวลาจากกำหนดเวลายื่นแบบกระดาษ ตามประกาศที่ใช้บังคับในแต่ละช่วงเวลา โดยในหลายกรณีมีการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน
ตัวอย่างเช่น หากกิจการปิดรอบบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน และกำหนดยื่นแบบกระดาษโดยทั่วไปคือวันที่ 31 สิงหาคม หากปีนั้นได้รับสิทธิขยายเวลายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตอีก 8 วัน วันครบกำหนด e-Filing จะเป็นไปตามวันที่ที่กรมสรรพากรกำหนด โดยต้องคำนึงถึงวันหยุดราชการประกอบด้วย
5. วิธีประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี
การประมาณการกำไรสุทธิสำหรับ ภ.ง.ด.51 ไม่ควรนำกำไรทางบัญชี 6 เดือนแรกคูณสองโดยทันที เพราะรายได้และค่าใช้จ่ายของแต่ละกิจการอาจไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี
ขั้นตอนการประมาณการที่เหมาะสม
- รวบรวมผลประกอบการจริง 6 เดือนแรก จากงบทดลอง บัญชีแยกประเภท และรายงานทางการเงิน
- ประมาณการรายได้ 6 เดือนหลัง จากคำสั่งซื้อ สัญญา แผนงาน และแนวโน้มธุรกิจ
- ประมาณการต้นทุนและค่าใช้จ่าย 6 เดือนหลัง รวมค่าใช้จ่ายประจำและค่าใช้จ่ายพิเศษ
- พิจารณารายการที่เกิดตามฤดูกาล เช่น ยอดขายช่วงเทศกาล โบนัส หรือค่าซ่อมบำรุงประจำปี
- ปรับปรุงกำไรทางบัญชีให้เป็นกำไรทางภาษี โดยพิจารณารายจ่ายต้องห้ามและสิทธิหักรายจ่ายเพิ่มเติม
- คำนวณภาษีตามอัตราที่กิจการมีสิทธิใช้
- หักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่นำมาใช้ได้ ซึ่งถูกหักไว้ในช่วง 6 เดือนแรกของรอบบัญชีตามหลักฐานจริง
สูตรประมาณการเบื้องต้น
− ประมาณการต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งปี
± รายการปรับปรุงทางภาษี
= ประมาณการกำไรสุทธิทางภาษีทั้งปี
การประมาณการควรมีเอกสารรองรับ เช่น รายงานยอดขาย แผนงบประมาณ สัญญาที่ลงนามแล้ว ประมาณการต้นทุน และคำอธิบายเหตุผลของรายการสำคัญ เพื่อแสดงว่าบริษัทได้จัดทำประมาณการอย่างสมเหตุสมผล
6. สูตรคำนวณภาษี พร้อมตัวอย่าง
สูตรคำนวณทั่วไป
ขั้นที่ 1: ประมาณการกำไรสุทธิทางภาษีทั้งปี
ขั้นที่ 2: คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กิจการใช้
ขั้นที่ 3: นำภาษีที่คำนวณได้กึ่งหนึ่ง
ขั้นที่ 4: หักเครดิตภาษีที่กฎหมายอนุญาต
ผลลัพธ์: ภาษีที่ต้องชำระตามแบบ ภ.ง.ด.51
ตัวอย่างที่ 1: นิติบุคคลทั่วไป
บริษัทคาดว่าทั้งปีจะมีกำไรสุทธิทางภาษี 1,000,000 บาท และบริษัทใช้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 20
- ภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งปีโดยประมาณ = 1,000,000 × 20% = 200,000 บาท
- ภาษีครึ่งปี = 200,000 ÷ 2 = 100,000 บาท
- หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายในช่วง 6 เดือนแรกที่นำมาเครดิตได้ตามหลักฐาน 20,000 บาท
- ภาษีที่ต้องชำระโดยประมาณ = 100,000 − 20,000 = 80,000 บาท
ตัวอย่างที่ 2: บริษัท SME ที่เข้าเงื่อนไข
สมมติบริษัทมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยบริษัทต้องเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อในรอบระยะเวลาบัญชีที่ใช้สิทธิ จึงจะสามารถใช้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME ได้
- กำไรสุทธิส่วนแรกไม่เกิน 300,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษี
- กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 300,000 บาท จำนวน 700,000 บาท เสียภาษีร้อยละ 15
- ภาษีทั้งปีโดยประมาณ = 700,000 × 15% = 105,000 บาท
- ภาษีครึ่งปีโดยประมาณ = 105,000 ÷ 2 = 52,500 บาท
7. ประมาณการกำไรต่ำเกินไปมีผลอย่างไร
หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริง โดยไม่มีเหตุอันสมควร กิจการอาจต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรีแห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ชำระขาด
สูตรตรวจสอบว่าประมาณการขาดเกินร้อยละ 25 หรือไม่
÷ กำไรสุทธิจริง
ตัวอย่าง
บริษัทประมาณการกำไรสุทธิไว้ 700,000 บาท แต่เมื่อสิ้นปีมีกำไรสุทธิทางภาษีจริง 1,000,000 บาท
ส่วนต่างของกำไรสุทธิ = 1,000,000 − 700,000 = 300,000 บาท
อัตราที่ประมาณการขาดไป = 300,000 × 100 ÷ 1,000,000 = 30%
กรณีนี้ประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 จึงต้องพิจารณาว่าบริษัทมีเหตุอันสมควรหรือไม่ และอาจมีภาระเงินเพิ่มจากภาษีที่ชำระขาด
ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ควรจัดทำหลักฐานประกอบ
- ยอดขายในครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติจากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง
- ได้รับงานหรือคำสั่งซื้อขนาดใหญ่หลังจากยื่น ภ.ง.ด.51 แล้ว
- ต้นทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้
- มีการกลับรายการประมาณการหรือหนี้สินที่ทำให้กำไรเพิ่มขึ้น
- มีรายได้พิเศษจากการขายทรัพย์สินหรือชดเชยความเสียหาย
บริษัทควรจัดเก็บงบประมาณ รายงานประชุม สัญญา รายงานยอดขาย และหลักฐานที่อธิบายเหตุผลของการประมาณการไว้ให้ครบถ้วน
ไม่แน่ใจว่าประมาณการกำไรเหมาะสมหรือไม่?
ACBEST ช่วยตรวจสอบผลประกอบการ 6 เดือนแรก ประมาณการรายได้และค่าใช้จ่ายครึ่งปีหลัง รวมถึงตรวจสอบความเสี่ยงจากการประมาณการกำไรต่ำเกินไป
8. รายการปรับปรุงทางภาษีที่พบบ่อย
กำไรสุทธิทางบัญชีอาจไม่เท่ากับกำไรสุทธิทางภาษี เนื่องจากประมวลรัษฎากรกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับรายได้และรายจ่ายบางประเภทไว้แตกต่างจากหลักบัญชี
ตัวอย่างรายจ่ายที่ต้องตรวจสอบ
- รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานหรือหลักฐานไม่สมบูรณ์
- รายจ่ายส่วนตัวของกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- ค่าปรับ เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มทางภาษีอากร
- รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ
- รายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง
- ค่าใช้จ่ายรับรองที่เกินหลักเกณฑ์
- เงินบริจาคที่เกินสิทธิหรือไม่เข้าเงื่อนไข
- ค่าเสื่อมราคาที่บันทึกเกินอัตราทางภาษี
- หนี้สูญหรือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ไม่เข้าเงื่อนไข
- รายจ่ายที่เป็นรายจ่ายฝ่ายทุน แต่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวน
รายการอื่นที่ควรพิจารณา
- รายได้ที่บันทึกไม่ครบถ้วน
- กำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
- รายได้หรือค่าใช้จ่ายค้างรับค้างจ่าย
- สินค้าคงเหลือและต้นทุนขาย
- รายการระหว่างบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
- สิทธิยกเว้นภาษีหรือสิทธิหักรายจ่ายเพิ่ม
- ผลขาดทุนสุทธิทางภาษียกมาที่สามารถใช้ได้ตามกฎหมาย
ก่อนคำนวณ ภ.ง.ด.51 ควรกระทบยอดกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษี และจัดทำรายละเอียดรายการปรับปรุงไว้เป็นกระดาษทำการ
9. เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนคำนวณ
- งบทดลองล่าสุด
- บัญชีแยกประเภททั่วไป
- รายงานรายได้และค่าใช้จ่ายรายเดือน
- รายงานลูกหนี้และเจ้าหนี้
- รายงานสินค้าคงเหลือ
- ทะเบียนทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคา
- รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย
- หนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- รายละเอียดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักไว้
- สัญญาขาย สัญญาบริการ หรือคำสั่งซื้อที่สำคัญ
- งบประมาณหรือประมาณการรายได้และค่าใช้จ่ายครึ่งปีหลัง
- ข้อมูลยอดขายหลังวันสิ้นงวด 6 เดือนแรก
- รายละเอียดรายจ่ายต้องห้ามและสิทธิประโยชน์ทางภาษี
- แบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ของปีก่อน
10. ขั้นตอนยื่นผ่านระบบ e-Filing
- ปิดบัญชีและตรวจสอบข้อมูลช่วง 6 เดือนแรก
- จัดทำประมาณการรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายทั้งปี
- คำนวณประมาณการกำไรสุทธิทางภาษี
- ตรวจสอบอัตราภาษีและสิทธิประโยชน์ของกิจการ
- คำนวณภาษีครึ่งปีและเครดิตภาษีที่ใช้ได้
- เข้าสู่ระบบยื่นแบบออนไลน์ของกรมสรรพากร
- เลือกแบบ ภ.ง.ด.51 และระบุรอบระยะเวลาบัญชี
- กรอกข้อมูลนิติบุคคลและรายละเอียดการคำนวณภาษี
- ตรวจสอบข้อมูลทุกหน้า โดยเฉพาะกำไรสุทธิ อัตราภาษี และเครดิตภาษี
- ยืนยันการยื่นแบบและเลือกรูปแบบการชำระเงิน
- ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา
- ดาวน์โหลดและจัดเก็บใบเสร็จรับเงิน เลขอ้างอิง และสำเนาแบบที่ยื่น
หลังยื่นแบบควรตรวจสอบว่าสถานะการชำระเงินสำเร็จแล้ว เพราะการกรอกแบบเสร็จแต่ไม่ได้ชำระภาษีภายในกำหนด อาจทำให้เกิดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มได้
11. ข้อผิดพลาดที่ผู้ประกอบการมักทำ
- นำกำไร 6 เดือนแรกคูณสองโดยไม่วิเคราะห์ธุรกิจ ทำให้ประมาณการคลาดเคลื่อน
- ใช้กำไรทางบัญชีโดยไม่ปรับปรุงทางภาษี ทำให้ฐานภาษีไม่ถูกต้อง
- ไม่รวมรายได้หรือโครงการที่จะเกิดในครึ่งปีหลัง
- ประมาณการค่าใช้จ่ายสูงเกินจริง โดยไม่มีหลักฐานรองรับ
- ใช้อัตราภาษี SME โดยไม่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ
- นำภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาใช้ซ้ำหรือใช้เกินยอดหลักฐาน
- ไม่ตรวจสอบรอบระยะเวลาบัญชี ทำให้คำนวณวันครบกำหนดผิด
- ยื่นแบบแต่ไม่ชำระเงินให้สำเร็จ
- ไม่เก็บกระดาษทำการประมาณการ ทำให้อธิบายเหตุผลภายหลังไม่ได้
- ไม่ติดตามผลประกอบการหลังยื่นแบบ จึงไม่ทราบว่าประมาณการต่ำเกินไป
วิธีลดความเสี่ยง
กิจการควรปิดบัญชีรายเดือนอย่างสม่ำเสมอ จัดทำงบประมาณเทียบผลจริง และให้ผู้รับผิดชอบด้านบัญชีหรือภาษีตรวจสอบข้อมูลก่อนยื่นแบบ โดยเฉพาะกิจการที่รายได้ผันผวน มีโครงการระยะยาว หรือมีรายการระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน
12. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.ง.ด.51
บริษัทขาดทุนต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่
หากบริษัทอยู่ในกลุ่มที่มีหน้าที่ยื่นแบบ แม้ประมาณการแล้วขาดทุนหรือไม่มีภาษีต้องชำระ ก็ยังควรยื่นแบบภายในกำหนดเวลา โดยแสดงข้อมูลตามข้อเท็จจริง
ภ.ง.ด.51 ต้องแนบหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่
โดยทั่วไปไม่ต้องแนบหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายไปพร้อมแบบ แต่บริษัทต้องเก็บหลักฐานไว้ และยอดเครดิตภาษีที่นำมาใช้ต้องตรงกับเอกสารจริง
ประมาณการกำไรสูงเกินจริง จะมีเงินเพิ่มหรือไม่
หลักเกณฑ์เรื่องเงินเพิ่มจากการประมาณการกำไรสุทธิ มุ่งพิจารณากรณีประมาณการกำไรต่ำกว่ากำไรจริงเกินเกณฑ์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ใช่กรณีประมาณการกำไรสูงกว่าความเป็นจริง
ภาษีที่ชำระตาม ภ.ง.ด.51 สูญหายหรือไม่
ไม่สูญหาย เพราะภาษีที่ชำระไว้ตาม ภ.ง.ด.51 นำไปใช้เป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ตอนสิ้นรอบบัญชี
ยื่น ภ.ง.ด.51 ผิด สามารถแก้ไขได้หรือไม่
สามารถยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขข้อมูลได้ตามหลักเกณฑ์ แต่หากมีภาษีต้องชำระเพิ่มหลังพ้นกำหนด อาจมีเงินเพิ่มหรือภาระอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจสอบแบบเดิมและคำนวณผลกระทบก่อนยื่นเพิ่มเติม
บริษัทเพิ่งจดทะเบียนต้องยื่นหรือไม่
ต้องพิจารณาระยะเวลาของรอบบัญชีแรก หากรอบบัญชีแรกน้อยกว่า 12 เดือน ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบบัญชีแรกนั้น จึงควรตรวจสอบวันที่จดทะเบียนและวันสิ้นรอบบัญชีให้ถูกต้อง
ควรเริ่มเตรียมข้อมูลเมื่อใด
ควรเริ่มปิดบัญชีและรวบรวมข้อมูลทันทีหลังครบ 6 เดือนแรก ไม่ควรรอจนใกล้วันครบกำหนด เพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบบัญชี ทำประมาณการครึ่งปีหลัง และพิจารณารายการปรับปรุงทางภาษี
13. สรุปและติดต่อ ACBEST
ภ.ง.ด.51 ไม่ใช่เพียงแบบภาษีที่นำกำไรครึ่งปีมาคำนวณเท่านั้น แต่เป็นการประมาณการผลประกอบการและภาษีเงินได้นิติบุคคลของทั้งรอบบัญชี การจัดทำอย่างถูกต้องจึงต้องใช้ข้อมูลบัญชีที่เป็นปัจจุบัน ประมาณการรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล พร้อมปรับปรุงรายการทางภาษีให้ครบถ้วน
ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบ ได้แก่
- กิจการมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่
- รอบบัญชีและวันครบกำหนดถูกต้องหรือไม่
- ประมาณการกำไรครอบคลุมผลประกอบการทั้งปีหรือไม่
- ใช้อัตราภาษีและสิทธิ SME ถูกต้องหรือไม่
- รายการปรับปรุงทางภาษีครบถ้วนหรือไม่
- ประมาณการกำไรต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
- มีเอกสารและกระดาษทำการรองรับการประมาณการหรือไม่
ต้องการให้ ACBEST ช่วยตรวจสอบ ภ.ง.ด.51?
ACBEST ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบัญชี ประมาณการกำไรสุทธิ คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี และเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของคุณ
โทร: 02-077-9191
LINE: acbest59
อีเมล: acbest59@gmail.com
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านบัญชีและภาษี ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับทุกกรณี เนื่องจากข้อเท็จจริง รอบบัญชี สิทธิประโยชน์ และกฎหมายที่ใช้กับแต่ละกิจการอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนดำเนินการ
แหล่งข้อมูลจากกรมสรรพากร: สารพันคำถามเกี่ยวกับการยื่น ภ.ง.ด.51, ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 และ รอบบัญชีแรกไม่ถึง 12 เดือนไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51